วัดไชยธาราราม เดิมชื่อ วัดฉลอง ตั้งอยู่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ห่างจากอำเภอเมืองภูเก็ต ระยะทาง 8 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 4021 ผ่านสนามกีฬาสุระกุล เลี้ยวซ้ายไปห้าแยกฉลอง ตามหลักฐานที่ปรากฎมี ศาลาเก่าแก่อยู่หลังหนึ่งทางด้านทิศตะวันออก(ของวัดในปัจจุบันนี้) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระปฎิมา จากสภาพขององค์ท่าน นับว่า...เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมา ช้านานแล้ว จนไม่อาจคำนวณอายุที่แน่นอนได้ชาวบ้านฉลองและคนทั่วไปเรียกท่านว่า "พ่อท่านเจ้าวัด" ด้านซ้ายขององค์ท่านมีรูปหล่อของชายชรานั่งถือตะบันหมาก ชาวบ้านเรียกว่า "ตาขี้เหล็ก" ส่วนด้านขวาของ "พ่อท่านเจ้าวัด" นั้น มีรูปหล่อเป็นยักษ์ถือกระบองแลดูน่ากลัว ชาวบ้านเรียกว่า "นนทรีย์" รูปหล่อทั้ง 3 องค์นี้ ท่านศักดิ์สิทธิ์นัก จนเป็นที่โจษขานกันมานานแล้ว
เจ้าอาวาสวัดฉลอง
"หลวงพ่อแช่ม" (พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี) อดีตเจ้าอาวาส วัดฉลอง ภูเก็ต ถึงแม้พระคุณท่านจะได้มรณภาพไปนานแล้วก็ตาม ชื่อเสียงและเกียรติคุณของ พระคุณท่านยังตรึงตราตรึงใจอยู่ในความทรงจำของชาว ภูเก็ตและชาวไทยทั่วทุกภาค แม้แต่ประชาชน เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงยังให้ความเคารพเลื่อมใส ศรัทธายิ่ง ดุจดังเทพเจ้าผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม อันสูงส่ง ทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์นานัปการเมื่อครั้งพระคุณท่านมีชีวิตอยู่มีผู้ ศรัทธาและเลื่อมใส ท่านมาก ถึงขนาดรุมกันปิดทองที่ตัวท่านจนแลดูเหลืองอร่ามไปทั้งร่าง เฉกเช่นเดียวกับปิดทอง พระพุทธรูปบูชา นับเป็นความแปลกประหลาดมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง
อภินิหารหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง อันเป็นเรื่องอัศจรรย์ที่เกิดขึ้น เมื่อชาวจีนอั้งยี่ก่อกบฏ พ.ศ.๒๔๑๙ รัฐบาลไม่มีกำกลังปราบปราม หลวงพ่อแช่ม วัดฉลองจึงเป็นผู้นำในการต่อสู้กับพวกกบฏจนได้ชัยชนะ
หลวงพ่อแช่ม เล่าเรื่องนี้ให้สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ว่าเมื่อมีข่าวคนจีนก่อความไม่สงบ ไปถึงบ้านฉลอง ว่า มีคนจีนจะออกไปปล้น ชาวบ้านที่เป็นลูกศิษย์ท่านจึงไปช่วยพาหลวงพ่อหนีไปด้วย แต่ท่านตอบว่า "ข้าอยู่ในวัดนี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จนอายุป่านนี้แล้ว ทั้งเป็นสมภารเจ้าวัดอยู่ด้วย จะทิ้งวัดเสียอย่างไร ได้ พวกสูจะหนีก็หนีเถิด แต่ข้าไม่ไปล่ะ จะต้องตายอยู่ในวัด อย่าเป็นห่วงข้าเลย" คนเหล่านั้นเห็นว่า ท่านไม่ยอมทิ้งวัดไป จึงพูดกับท่านว่า "ถ้าขรัวพ่อไม่ไป พวกผมก็อยู่เป็นเพื่อน แต่ขออะไรพอคุ้มตัว สักอย่าง" หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ท่านจึงเอา ผ้าขาวม้าลงยันต์ เป็น ผ้าประเจียด แจกให้คนละผืน ออกไปสู้รบกับพวกคนจีน จนในที่สุดจีนอั้งยี่พวกนั้นล้มตายแตกหนีกระจัดกระจายไปหมด หลวงพ่อ บอกว่า "จีนรบสู้ไทยไม่ได้ ด้วยมันกินข้าวต้ม พวกไทยไม่ต้องกินข้าวต้ม จึงเอาชนะได้ง่ายๆ" นับ แต่นั้นมา พวกจีนอั้งยี่ก็ไม่กล้าไปปล้นบ้านฉลองอีก ชาวเมืองภูเก็ตเริ่มนับถือท่านว่า เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ ในทางวิทยาคมอย่างผู้วิเศษ และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์จาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ให้เป็น พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี ตำแหน่ง สังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต

นอกจากหลวงพ่อแช่มแล้ว ที่วัดฉลองยังมี
หลวงพ่อช่วง และ
หลวงพ่อเกลื้อม ที่ชาวบ้านเคารพ ศรัทธาเลื่อมใสเช่นกัน โดยนอกจากความศักดิ์สิทธิแล้ว ท่านทั้งสองยังมีชื่อเสียง ทางด้าน การปรุงสมุนไพร และรักษาโรคด้วย ดังนั้นแม้ท่านได้มรณภาพไปแล้ว ชาวบ้านที่มีเรื่อง ทุกข์ร้อน ก็ยังคงมากราบไหว้ บนบานไม่ขาดสาย